• หน้าแรก
  • หน้า
  • ช่วยเหลือ
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
13 มีนาคม 2553, 02:42:25
 
   
Languages    
หน้า: 1    ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: นโยบาย vs action  (อ่าน 359 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ผู้เยี่ยมชม กำลังดูหัวข้อนี้
มือใหม่หัดเมาท์
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 5
« เมื่อ: 28 พฤศจิกายน 2552, 13:26:24 »
สวัสดีค่ะ
พี่ ในฐานะศิษย์เก่าที่พึ่งจบไปไม่นานเท่าไหร่ มีเรื่องอยากจะมาเล่าให้น้องๆช่วยกันคิด กันหน่อยว่า แท้จริงแล้วมันควรเป็นอย่างไร



นโยบาย(หรืออาจเป็นเพียงคำพูด) ของอ.บางท่าน ที่บอกว่าอยากให้ศิษย์เก่ากลับมาที่โรงเรียน ยังไม่สอดคล้องกับการกระทำที่เกิดขึ้น จะยกตัวอย่างจากเรื่องราวต่อไปนี้นะคะ

ก่อนจะยกตัวอย่าง จะขอแบ่งกลุ่มศิษย์เก่าออกเป็นสามกลุ่ม อันนี้ไม่ใช่เพื่อให้เกิดความแตกแยกแต่อย่างใด แต่อยากจะทำให้เห็นอย่างชัดเจนค่ะ
กลุ่มแรก คือกลุ่มที่พึ่งจบ และยังเรียนมหาวิทยาลัยกันอยู่
กลุ่มที่สอง คือกลุ่มจบใหม่ จนถึงวัยทำงานในช่วงต้น
กลุ่มสุดท้าย คือกลุ่มที่มีหน้าที่การงานมั่นคงในระดับหนึ่ง และมีกำลังทรัพย์

ตัวพี่เอง เป็นสมาชิกของกลุ่มแรกค่ะ


เหตุการณ์แรก : เมื่อวานนี้อย่างที่น้องๆทุกคนรู้กันดีว่าเป็นวันกีฬาสี เป็นเทศกาลสนุกสนานของน้องและอาจารย์รวมถึงศิษย์เ่ก่า ซึ่งในที่นี้จะเน้นว่าเป็นกลุ่มแรกและกลุ่มที่สอง เกิดเหตุการณ์ที่ได้ทำให้พี่เสียความรู้สึกมาก
พี่และเพื่อนได้เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่ง และการไปเรียนของพวกพี่ไม่ได้มีกฎว่าจะต้องให้นักศึกษาแต่งชุดนักศึกษาตามระเบียบเป๊ะ เป็นข้อตกลงที่ลดหย่อนกันจนถึงจะระดับที่ผู้ออกกฎและผู้ปฎิบัติมองเห็นว่ารับได้ นั่นคือการแต่งชุดไปรเวทที่สุภาพเรียบร้อย เสื้อมีแขน กางเกงขายาวหรือกระโปรง และรองเท้าหุ้มส้น ซึ่งเป็นเสื้อผ้าทั่วไปที่สามารถไปติดต่อกับหน่วยงานราชการได้ รองลงมาจากชุดนักศึกษา
หลังจากที่ได้เรียนช่วงเช้าเสร็จ พี่ก้ได้ไปโรงเรียนอย่างที่ได้ัตั้งใจไว้
แต่เมื่อเดินไปยังโต๊ะอาจารย์ที่ตั้งเพื่อรอรับคนเข้าโรงเรียน กลับรู้สึกผิดหวัง เนื่องจากได้รับคำบอกกล่าวของอาจารย์ ว่าไม่อนุญาติให้เข้าเนื่องจากพี่ไม่ได้แต่งชุดนักศึกษา และไม่อนุญาติให้แลกบัตรใดๆ พร้อมทั้งเชิญ(หรือจะพูดให้ถูกก็คือไล่ต้อน) พี่ออกไปข้างนอก ซึ่งตัวพี่และเพื่อนพี่ก็ได้ยืนยันว่า จะไม่ไปไหน จนกว่าจะได้คุยกับอ.ผู้ซึ่งเป็นคนออกกฎระเบียบนั้นเอง
ลองคิดดูว่า พี่ไม่สามารถที่จะเข้าโรงเรียนได้ แม้ว่า.. อาจารย์เหล่านั้นยังสามารถเรียกชื่อของพี่และเพื่อนอย่างถูกต้อง! เพราะอาจารย์ทุกคนยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ได้ใส่ชุดนักศึกษา ห้ามเข้า
แต่หากเป็นนักศึกษาที่ไม่ได้เรียนจบจากโรงเรียนของเรา สามารถที่จะเดินเข้าไปได้เลย?
พี่มองเข้าไปในโรงเรียนได้
แต่พี่เข้าโรงเรียนไม่ได้

พี่มองเห็นน้องๆสนุกสนานกัน แต่ไม่ได้รับอนุญาติให้เข้าไปร่วม เพราะว่าเราเป็นคนนอกไปแล้ว? อย่างนั้นหรือ?
หลังจากที่พี่ได้คิดทบทวนมาทั้งคืน ด้วยความสงสัยว่าตัวเองทำผิดอะไร  
แล้วก็สงสัยว่า การที่เราอยากจะกลับมา ณ สถาบันอันเป็นที่รัก เรายังคงต้องใส่ชุดนักเรียนกลับมาเหมือนเมื่อครั้งเรายังเรียนอยู่หรือ?
หากว่าพี่ใส่กางเกงขาสั้นและรองเท้าแตะ พี่ก็คงจะยอมเดินออกมาและยอมรับได้ ถึงคำว่า "ไม่สุภาพ"
ทั้งๆที่พี่เชื่อมั่นว่าแต่งตัวเรียบร้อยเพียงพอแต่ไม่ได้รับอนุญาติให้เข้าไป..
พี่ก็ยังคงมองเห็นน้องใส่กางเกงขาสั้นรองเท้าแตะกันทั่วโรงเรียน?


และหลังจากที่กลับมาจากโรงเรียนแล้ว พี่ได้เล่าเรื่องนี้ให้รุ่นพี่ที่สนิทกันฟัง (พี่คนนี้อยู่กลุ่มสองแล้ว)
ประโยคแรกที่ได้รับกลับมาคือ "แล้วพี่จบไปแล้ว ถ้าจะกลับไปยังต้องใส่ชุดนักศึกษาอยู่งั้นหรอ?"



นอกเหนื่อจากนี้แล้ว ในช่วงเวลาที่พี่ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก(พี่ยืนรอเป็นครึ่งชั่วโมง) ก็ยังคงมีความรู้สึกอื่นๆตามมา เช่น...
1.1  นโยบายกันผู้ปกครอง ... พี่ได้ยินมาบ้างว่าสองสามวันก่อนกีฬาสี เกิดเรื่องราวบางอย่างซึ่งทำให้ต้องมีการคุมเข้มเกี่ยวกับการเข้าออกโีรงเรียน อันนี้พี่เ้ข้าใจถึงความพยายามของอาจารย์ที่อยากจะปกป้องน้องๆ แต่บรรยากาศของความสุข ความสนุกสนานเหล่านี้ ซึ่งท่านผู้ปกครองสามารถมองเห็นได้และอยากจะมีส่วนร่วมกับความสำเร็จของลูกสาว อาจจะแค่อยากเข้าไปถ่ายรูป หรือแม้กระทั่งเข้าไปหาลูกสาวที่ไม่สบาย กลับถูกกีดกันให้ออกมาอยู่ในวงนอก? โดยที่ไม่ได้รับอณุญาติให้แลกบัตรเข้าไป  (จริงๆอันนี้ก็ยังพอเข้าใจได้ เพราะว่าสถานที่ของเราคับแคบมาก แต่.......... (ข้อต่อไป))
1.2 น้องที่ป่วยไม่สามารถออกจากโรงเรียนได้ เนื่องจากอากาศร้อนและคนเยอะก็อาจทำให้เกิดการป่วยขึ้นอย่างง่ายดาย และน้องบางคนก็อาจจะไม่แข็งแรงจนถึงขั้นป่วยหนัก ผู้ปกครองก็ไม่สามารถจะเข้าไปหาน้องได้ และตัวน้องเองก็ไม่สามารถที่จะกลับไปพักผ่อนที่บ้านได้ หรืออาจจะต้องกลับไปหาหมอ? คำพูดเพียงอย่างเดียวที่ได้ยินจากอ.ที่เฝ้าประตูคือ .... ต้องไปถามอ.สุวินิตนะคะ, อ.สุวินิตไม่ให้ ออกไม่ได้นะคะ ??
แล้วน้องคนที่ป่วย หรือเพื่อนของน้องก็จะต้องเริ่มตามหาอาจารย์ในทันที?
1.3 น้องที่ทำกระเป๋าสตางค์และบัตรนักเรียนหายแล้วมีความจำเป็นที่จะต้องเข้ามาในช่วงสาย เข้ามาแล้วโดนกักตัวไว้ จนถึงขนาดว่าสามารถยืนยันถึงชั้นที่เรียนและครูประจำชั้นได้ ก็ยังไม่ได้รับอณูญาติให้เข้าไป? ทั้งๆที่เป็นบรรยากาศที่ทุกคนในโรงเีรียนควรจะร่วมสนุกกัน แต่ก็ยังจะต้องมีคนบางคนเดินคอตกออกจากโรงเรียนไป?
1.4 การไม่สอดคล้องกันระหว่าง ตัวกฎ(ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผู้ตั้งกฎ) และคนรับช่วงต่อ อ.ที่อยู่หน้าประตู... จากที่พี่เห็นมีความหนักใจในเรื่องนี้ แต่เนื่องจากไม่สามารถตัดสินใจได้(ไม่มีอำนาจใดๆทั้งที่มีหน้าที่)และัยังไม่ต้องการให้เกิดปัญหากับตัวเอง(เพราะมีชื่อเขียนระบุหน้าที่ชัดเจน หากเกิดอะไรขึ้นก็จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในเวรช่วงนั้น) จึงใช้วิธีการหลีกเลี่ยง ด้วยประโยค"ต้องไปถามอ.สุวินิตเอาเอง" .....แต่ในขณะเดียวกัน อ.ท่านอื่นทั้งที่ได้เดินผ่านมาหรือจากที่คนอื่นเรียกมาก็แล้วแต่.. กลับมีสีหน้าระอาใจ และส่ายหัวเป็นเชิงไม่เข้าใจ (อันนี้พี่คิดเอาเอง)
และต้องถึงกับเซ็นชือรับรอง ถึงะสามารถนำศิษย์เก่าเข้าโรงเรียนได้?


อันนี้พี่ลองคิดถึงsolutionเล่นๆ ที่สามารถนำไปปฎิบัติได้จริงอย่างไม่ลำบากนัก และจะทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีขึ้นกับทุกฝ่ายค่ะ

1 กฎของการเข้าออกในช่วงกิจกรรม น่าจะเป็นการแลกบัตรเข้าออกมากกว่า น่าจะทำให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ต้องมานั่งรู้สึกบาดหมาง เสียความรู้สึกที่ดีไป หรืออะไรก็แล้วแต่ ถ้าจะควบคุมได้ก็แยกออกเป็นบัตรสี เช่นผู้ปกครองสีเหลือง นักเรียนที่ทำบัตรหายสีเขียว ศิษยเก่าสีส้ม และกำหนดเวลาสำหรับแต่ละบัตรสีเพื่อกันคนล้น เช่นสีเหลือง2ชม.และการปรับหากเลยเวลา  หรืออะไรประมาณนี้  แลกบัตรด้วยบัตรนักศึกษา ใบขับขี่หรือบัตรประชาชน หากไม่มีบัตรก้ไม่อนุญาติให้เข้า หรือหากมีคนใน(เช่นอาจารย์)รับประกัน ก็อนุโลมได้ แบบนี้ก็น่าจะทำให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันมากกว่า กับการเสียงบประมาณเพียงไม่เท่าไหร่ และเกิดความรู้สึกที่ดีกว่ากันเยอะ
  ขออธิบายเพิ่มเติมนิดนึงนะคะ คือที่พี่เสนอแบบนี้ เพราะว่าพี่เข้าใจว่ากิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ของศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันรวมถึงอาจารย์ให้มากขึ้น เข้าใจว่าอาจารย์คงจะไม่ได้ต้องการให้เกิดการ"กีดกันศิษย์เก่า" แต่เนื่องจากต้องดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความปลอดภัยของน้องๆ จึงอาจเกิดการขัดแย้งในการกระทำเล็กน้อย (ระหว่าง "ที่บอกว่าอยากให้ศิษย์เก่ากลับมาโรงเรียน"กับ"ไล่ออกไปเพราะว่าไม่ใส่ชุดนักศึกษา") และเื่นื่องจากอาจารย์อาจไม่สามารถที่จะจำศิษย์เก่าทั้งหมดที่จบออกไปได้ เพราะฉะนั้นจึงไม่อาจรู้ได้ว่าคนที่ใส่ชุดนักศึกษาเหล่านั้นจบจากที่นี่จริงรึเปล่า? การแลกบัตรจึงดูจะเป็นวิธีการที่จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ เกิดความfairกับทุกฝ่าย และที่พี่เสนอให้ผู้ปกครองและคนอื่นที่สนใจแลกบัตรเข้ามาแบบมีกำหนดเวลา เพราะว่ายังไม่อยากให้งานนี้publicจนเกินไป อยากให้เป็นงานภายในอยู่ค่ะ (พี่ยังไม่ได้เป็นคนนอกใช่ไหม?)

2 เสื้อผ้าที่อนุโลมให้เข้าไปร่วมกิจกรรมได้ น่าจะเป็นชุดที่ดูสุภาพเรียบร้อยก็เพียงพอ ไม่ควรจะต้องถึงขั้นเป็นชุดนักศึกษา เพราะศิษย์เก่าบางคนที่จบออกไปนานแล้วอาจจะเลยวัยที่ต้องใส่ หรือมหาวิทยาลัยบางที่ไม่ได้บังคับใส่ ฯลฯ หากออกเป็นกฎระเบียบไว้ชัดเจนก็จะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือมากกว่านี้ คิดว่าหากชุดไหนสุภาพเรียบร้อยเพียงพอจนสามารถที่จะไปติดต่อที่หน่วยงานราชการได้ ก็น่าจะเรียบร้อยเพียงพอที่จะเข้าไปร่วมในงานเทศกาล(เน้นว่าเราไม่ได้กลับมาเรียนและไม่ได้มาติดต่อราชการค่ะ) ระบุชัดเจนเลยว่าคือชุดกระโปรง หรือกางเกงขายาวเลยเข่า และเสื้อมีแขน รองเท้าหุ้มส้น แบบนี้ น่าจะพอรับได้และยังดูสุภาพเรียบร้อยอยู่ (ความเป็นจริงแล้วงานเทศกาลก้ไม่น่าจะมีกฎหยุมหยิมมากมาย เอาแค่เดินเข้ามาไม่ได้น่าเกลียดเว้าหน้าเว้าหลังก็พอแล้ว)

3 เรื่องน้องที่ป่วย น่าจะให้อ.ห้องพยาบาลเป็นผู้ตัดสินใจเลยว่าคนไหนป่วยหนักจนถึงขั้นต้องกลับบ้าน ออกเป็นจดหมายชัดเจนไปเลยแล้วเซ็นกำกับเพื่อมาแสดงให้อ.ที่ประตูเห็นว่ามีความจำเป็นจริงๆ หรือ อาจจะโทรcontactกับเพื่อเกิดความสะดวกกับน้องมากที่สุด อย่าลืมว่า้น้องป่วยนะคะ แล้วผู้ปกครองก็ห่วงมากด้วยเหมือนกัน

4 staff ที่ทำงานภายใน (เช่นพวกที่จบแล้วกลับมาช่วยงาน หรือศิษย์ปัจจุบันที่ยังศึกษาอยู่) ควรจะมีบัตรอนุญาติห้อยคอติดไว้เสมอ หากกลัวว่าจะนำบัตรไปใช้กับคนอื่นก็ให้ใส่รูปและรายละเอียดเอาไว้เลย เพราะว่ามีปัญหาอีกเหมือนกันที่เพื่อนพี่มาช่วยงานตอนคืนก่อนวันจริงและวันจริงตอนเช้า ออกไปที่บ้านเพื่อทำธุระและกลับมาในตอนกลางวัน ไม่ได้รับอนุญาติให้เข้าไปทั้งๆที่มีส่วนร่วมในงาน (อันนี้ขอเน้นว่าร่วม"ทำ"ด้วยจริง) หรือน้องที่ต้องออกไปฉุกเฉินเพื่อซื้อของจำเป็นด้วย (อันนี้ก็ตามแต่เห็นสมควรนะคะ แต่คนทำงานก็ไม่ควรจะโดนกีดกันเหมือนกัน)

5 สุดท้าย(สำหรับข้อนี้) การจะตั้งกฎอะไรควรจะต้องมีการเห็นชอบจากหลายๆฝ่ายมากกว่า ในที่นี้หมายถึงผู้ปฎิบัติงานและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง ควรบอกจุดประสงค์ของกฎไปเลยแล้วให้อำนาจในการตัดสินใจกับอ.ผู้ทรงคุณวุฒิและวัยวุฒิที่รักษาการอยู่หน้าโรงเรียน ลองคิดดูว่า หากคนหนึ่งสั่ง อีกคนทำตามแบบลำบากใจ แล้วอีกคนไม่เห็นด้วยและไม่ทำตาม คำสั่งมันจะยังคงศักดิ์สิทธิและเป็นคำสั่งอยู่ได้อย่างไร?
(ตัวอย่างวัตถุประสงค์ : ควบคุมการเข้าออกของคนนอกเพื่อกันบุคคลที่อาจจะก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยกับนักเรียน โดยเน้นให้ศิษย์ปัจจุบัน อาจารย์ และศิษย์เก่าได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมเป็นการกระชับความสัมพันธ์และยังคงไว้ซึ่งความเป็นระเบียบเรียบร้อย)


















เรื่องที่สอง : พี่เข้าใจว่า การจัดงานวันคืนสู่เหย้า มักจะจัดในช่วงธันวาคมเป็นประจำอยู่แล้ว และน่าจะเป็นการsetวันเอาตามสะดวก
แล้วพี่ก็เข้าใจเอาเองว่า... target group คือกลุ่มที่สาม(กลุ่มที่มีหน้าที่การงานมั่นคงในระดับหนึ่ง และมีกำลังทรัพย์ี่)(พี่รุ่นเดอะ) เพราะช่วงเดือนธันวาคมเป็นช่วงที่นิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะสอบกันเกือบหมด และแทบจะไม่สามารถไปได้เลย
(จริงๆเอาใจวัยไหนแค่themeงานก็รู้แล้ว?)
สำหรับตัวพีเอง ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับthemeงาน เพราะว่าจะจัดยังไงก็อยากไปอยู่แล้ว แต่อยากจะขอให้คำนึงถึงความสะดวกของศิษย์เก่าที่อยากจะกลับไปโรงเรียนบ้าง...
เรามีหน้าที่ของตนเองที่จะต้องรับผิดชอบ.. พอๆักับด้านความรู้สึก เพียงแต่เราจะต้องให้น้ำหนักส่วนใด...
"ก็ขอให้คิดถึงพวกเราบ้าง"






















      บันทึกการเข้า
Proud to be SW
SW Administrator
เลือดแดงขาว : รักเธอชั่วนิรันดร์กาล
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 541
SONE+ROYAL SHIPPER

« ตอบ #1 เมื่อ: 28 พฤศจิกายน 2552, 14:39:53 »
เข้ัามารับทราบค่ะ sorry
แต่คงทำอะไรไม่ได้ เดี๋ยวจะไปบอกอาจารย์adminให้แล้วกันนะคะ...
      บันทึกการเข้า

It's obvious
มือใหม่หัดเมาท์
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 46
« ตอบ #2 เมื่อ: 15 มกราคม 2553, 18:27:05 »
        นั่นสินะคะ  ยังไงสตรีวิทย์เราก้อเข้มเเข็ง  อย่าเสียกำลังใจนะคะพี่ น้องๆทุกคนให้ขอกำลังใจค่ะ 
      บันทึกการเข้า
SW Moderator
มือใหม่หัดเมาท์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 46
เสือร้องยังไง...โฮ้ก...โห้...ของเขาแรงจริงๆ

« ตอบ #3 เมื่อ: 17 มกราคม 2553, 18:38:24 »
เรื่องแรก ไม่ออกความคิดเห็นครับ
เรื่องสอง พี่ศิษย์เก่ากลุ่มที่3 เป็นคนจัดงานนะครับ
      บันทึกการเข้า
ขอบคุณครับ
ห้วงแห่งความคิดถึง และความรัก คือความสุข
SW Administrator
เลือดแดงขาว : รักเธอชั่วนิรันดร์กาล
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 828
สายลม แสงดาว สองเรา

เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 17 มกราคม 2553, 19:01:30 »
เรียน ศิษย์เป่า JuneO_o

เรื่องการเข้าออกงานกิจกรรม กีฬาประเพณี
ผมก็มีความรู้สึกไม่ต่างไปจากคุณหรอกครับ และก็เป็นอย่างที่ว่าทุกประการ ในฐานะครูโรงเรียนสตรีวิทยา น้อมรับทุกข้อ แต่ก็มิอาจทำอะไรได้ เพราะเป็นแค่ไม้ซีก
ช่วงบ่ายวันนี้ก็เอาไม้ซีกเล็กๆ นี่แหละ พาศิษย์เก่าเข้ามาหลายคน (เฉพาะคนที่ตนเองรู้จัก)  จนอาจารย์อาวุโสมองหน้าอย่าง .... หึหึ กว่าจะพาเข้ามาได้ก็เล่นเอาเซ็งเหมือนกัน
ไว้ปีหน้า จะเสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุมคณะทำงานก็แล้วกันนะครับ ผมขอรับฝากเรื่องนี้ไว้ดำเนินการเอง จะพยายาม ...

เรื่องคืนสู่เหย้า คงต้องรอให้คณะทำงานคืนสู่เหย้ามีวิสัยทัศน์มากกว่านี้แล้วล่ะครับ ทำยังไงได้ เค้าไม่ค่อยนึกถึงศิษย์เก่ากลุ่มแรก อีกสิบปี ก็คงอาจไม่มีคืนสู่เหย้าแล้ว!!! พูดไป เราก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ...
      บันทึกการเข้า
mch
เลือดแดงขาว : รักเธอชั่วนิรันดร์กาล
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 1,017
สีฟ้าน่ารัก คึกคักเวลาลงเล่น...

« ตอบ #5 เมื่อ: 25 มกราคม 2553, 23:33:08 »
...
      บันทึกการเข้า
มือใหม่หัดเมาท์
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 5
« ตอบ #6 เมื่อ: 28 มกราคม 2553, 00:09:37 »
เรียน ศิษย์เป่า JuneO_o

เรื่องการเข้าออกงานกิจกรรม กีฬาประเพณี
ผมก็มีความรู้สึกไม่ต่างไปจากคุณหรอกครับ และก็เป็นอย่างที่ว่าทุกประการ ในฐานะครูโรงเรียนสตรีวิทยา น้อมรับทุกข้อ แต่ก็มิอาจทำอะไรได้ เพราะเป็นแค่ไม้ซีก
ช่วงบ่ายวันนี้ก็เอาไม้ซีกเล็กๆ นี่แหละ พาศิษย์เก่าเข้ามาหลายคน (เฉพาะคนที่ตนเองรู้จัก)  จนอาจารย์อาวุโสมองหน้าอย่าง .... หึหึ กว่าจะพาเข้ามาได้ก็เล่นเอาเซ็งเหมือนกัน
ไว้ปีหน้า จะเสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุมคณะทำงานก็แล้วกันนะครับ ผมขอรับฝากเรื่องนี้ไว้ดำเนินการเอง จะพยายาม ...

เรื่องคืนสู่เหย้า คงต้องรอให้คณะทำงานคืนสู่เหย้ามีวิสัยทัศน์มากกว่านี้แล้วล่ะครับ ทำยังไงได้ เค้าไม่ค่อยนึกถึงศิษย์เก่ากลุ่มแรก อีกสิบปี ก็คงอาจไม่มีคืนสู่เหย้าแล้ว!!! พูดไป เราก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ...



ขอบคุณมากจริงๆค่ะ
      บันทึกการเข้า
หน้า: 1    ขึ้นบน
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.10 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!

Copyright © 2008-2009 Themes by DexMoreGroup